ช่วยเราเติมเต็มข้อมูล
 
  •          27 พฤษภาคม  2555 ขอเชิญชวนชาวโคราชไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ตั้งแต่เวลา 2 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น

    รับบัตร 2 ใบ บัตรหนึ่งเลือกส.ท. บัตรหนึ่งเลือกนายก

     

    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • จุดปฎิบัติการเพื่อการเรียนรู้ วิทยุชุมชน FM 102.5 MHz. Online เทศบาลนครนครราชสีมา ข่าวงานประชาสัมพันธ์       การจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนในปัจจุบันได้รับความสนใจจากชุมชน ท้องถิ่น เป็นอย่างมาก เนื่องจากชุมชนและสังคมต้องการมีสิทธิและเสรีภาพในด้านการสื่อสาร การรับรู้ข่าวสาร และ การแสดงความคิดเห็น ดังนั้นจึงมีสถานีวิทยุชุมชนเกิดขึ้นมากมาย        ความหมายของสถานีวิทยุชุมชน Hudson (1977) กล่าวว่า “สถานีวิทยุชุมชน” เป็นองค์กรสื่อที่ทำการกระจายเสียงโดยไม่หวังผลกำไร เนื้อหาที่นำเสนอในรายการวิทยุชุมชนต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนในชุมชนจะได้รับเป็นสำคัญ องค์กร World Association of Community Radio Broadcasters กล่าวถึง “วิทยุชุมชน” ว่าเป็นสื่อกระจายเสียงที่เผยแพร่เนื้อหาที่สนองตอบต่อความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัยในชุมชน ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสังคม ในทิศทางที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดเอง วิทยุชุมชนมีรูปแบบการสื่อสารเป็นประชาธิปไตย โดยการให้โอกาสประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสาร Deloreme (1990 อ้างถึงใน David, M.J.R. 1993) กล่าวว่า วิทยุชุมชนเป็นสื่อที่ใช้เพื่อการแสดงออกของประชาชน มิใช่เพื่อการแสดงออกของศูนย์กลางความเจริญ หรืออำนาจทางการเมือง เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อการแสดงออกและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของประชาชน จึงไม่เน้นอุปกรณ์ราคาแพงที่ยอกต่อการใช้งาน และไม่เน้นความเป็นมืออาชีพเพื่อให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้ามีส่วนร่วมได้ จุมพล รอดคำดี (2542) ได้สรุปแนวคิดของวิทยุชุมชน ดังนี้ 1. ต้องเกิดขึ้นจากความต้องการของชุมชนโดยถือหลักว่าคนส่วนใหญ่แสดงความคิด ความต้องการร่วมกัน 2. วิทยุชุมชนต้องได้รับการยอมรับของกลุ่มต่างๆ ในชุมชน 3. วิทยุชุมชนย่อมไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ประเพณีวัฒนธรรมของคนในชุมชน 4. วิทยุชุมชนต้องยึดถือแนวทางการเสนอรายการและข่าวสารของชุมชนเป็นหลักภายใต้แนวคิด ความเชื่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ในท้องถิ่นเป็นหัวใจของการนำเสนอข่าวสารและรายการ 5. วิทยุชุมชนจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมจัดรายการ และสามารถเข้าไปบริหาร จัดการหรือเป็นผู้ปฏิบัติในสถานีได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสื่อวิทยุให้เป็นไปตามแนวคิดและความต้องการของประชาชนในชุมชน โดยยึดหลักกระบวนการทางประชาธิปไตย 6. วิทยุชุมชนเป็นสถานีวิทยุที่มีรัศมีการออกอากาศครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เท่านั้น (มีลักษณะเป็น narrowcasting ไม่ใช่ broadcasting) กำลังส่ง 1 กิโลวัตต์ 7. วิทยุชุมชนเป็นสื่อมวลชนตามแนวคิดประชาธิปไตย (Democratic Media) เพื่อประชาชน โดยประชาชน ของประชาชน โดยสรุป “วิทยุชุมชน” คือ เครื่องมือที่แสดงถึงสิทธิของชุมชน และการกระจายอำนาจสู่บุคคล เป็นสื่อทางเลือกที่ให้โอกาสแก่ทุกคนในชุมชนได้มีสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกันในการสื่อสารตามความต้องการของชุมชนผ่านสื่อวิทยุ เป็นการดำเนินการด้วยใจอาสาสมัคร ไม่แสวงหาผลประโยชน์หรือกำไร โดยมุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดความดีงามแก่ชุมชน ปลุกจิตสำนึกชุมชน เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน และพัฒนาคุณภาพของคนในชุมชน รวมทั้งหล่อหลอมชุมชนให เกิดความสมานฉันท์ อันเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน” (มรรยาท พงษ์ไพบูลย์, 2546)                     สำหรับเทศบาลนครนครราชสีมาได้ก่อตั้งสถานีวิทยุชมชนมาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2548โดยกระจายเสียงด้วยระบบเอฟ.เอ็ม.ซินทีไซเซอร์ ดิจิตอล สเตอริโอ มัลติเพล็กซ์ คลื่นความถี่ 102.5 MHz.  รัศมีการกระจายเสียง 30 เมกกะเฮิรตช์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.สามารถรับฟังได้จากคลื่นวิทยุดังกล่าวและผ่านทางเว็บไซด์ www.koratcity.net >>FM 102.5 MHz.            อ่านต่อ
    • ไปดูแปลงผักไร้สาร "คุณนายรำไพ" นอกรั้ววิชาการ ไปดูแปลงผักไร้สาร "คุณนายรำไพ"             วันหยุดยาว 15-18 ก.ค.นี้หลายคนแฮปปี้ได้กลับบ้านมาเที่ยวงานทำบุญแห่เทียนพรรษา คนทำงานได้พักผ่อนท่องเที่ยวต่างจังหวัดหลายวัน แต่สำหรับคนกองวิชาการและแผนงานยังต้องปฏิบัติภารกิจเนื่องจากเป็นช่วงของ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ซึ่ง 15 สิงหาคมถือเป็นวันเส้นตายที่จะต้องนำญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายดัง กล่าวเข้าเสนอต่อสภาเทศบาลให้จงได้ ฉะนั้น ก็คงต้องก้มหน้าก้มตาทำล่วงเวลาต่อไปให้แล้วเสร็จก่อนถึงกำหนด ...พวกเราจึงไม่ได้หยุดกะเขาแต่กะกันว่าวันทำล่วงเวลาวันใดวันหนึ่งไม่ช่วง เช้าก็เย็นจะขอแว่บไปกินลมชมแปลงผักไร้สารพิษของคุณนายรำไพเสียหน่อย คุณนายรำไพ แก่นสาร เป็นหัวหน้างานสารบรรณของ กองวิชาการและแผนงาน มีสามีเป็นถึงนายทหารยศนาย พัน(เลยได้เป็นคุณนายผู้พัน) อาศัยอยู่ภายในบ้านพักสวัสดิการทหารซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าไม่ไกลจากที่พัก มากนักซึ่งทางกองทัพบกได้จัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ประเภทสวนเกษตรอินทรีย์แบ่งให้ครอบครัวทหารครอบครัวละประมาณ 50 ตารางวาไปปลูกพืชผักสวนครัวแบบไร้สารพิษเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เหลือก็แบ่งไปขายที่ตลาด อ่านต่อ
    • อนุญาโตตุลาการคืออะไร โต๊ะกฎหมาย        หลายท่านคงคุ้นกับชื่อของ อนุญาโตตุลาการมาบ้างแล้ว อนุญาโตตุลาการคือ วิธีการระงับข้อพิพาทที่คู่กรณีตกลงกันเสนอข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้บุคคลภายนอก ซึ่งเรียกว่า  "อนุญาโตตุลาการ"ทำการพิจารณาชี้ขาด โดยคู่กรณีผูกพันที่จะปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการนั้นมีหลายประเภท คือ         1. อนุญาโตตุลาการในศาลกับอนุญาโตตุลาการนอกศาล             1.1 อนุญาโตตุลาการในศาล คือ กรณีที่คู่กรณีซึ่งมีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลตกลงกันให้มีอนุญาโตตุลาการชี้ขาดได้โดยความเห็นชอบของศาล(มาตรา 210-220 และมาตรา 222 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเมื่อมีคดีขึ้นสู่ศาลแล้ว คู่ความมักไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมาช่วยชี้ขาดให้ แต่ต้องการให้ศาลตัดสินคดีนั้นมากกว่า             1.2 อนุญาโตตุลาการนอกศาล คือ กรณีที่คู่กรณีตกลงกันเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดโดยไม่ต้องฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งอาจตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อนมีข้อพิพาทหรืออาจตกลงกันภายหลังจากที่มีข้อพิพาทแล้วก็ได้ อนุญาโตตุลาการส่วนใหญ่ในนานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยนั้นเป็นอนุญาโตตุลาการนอกศาล ซึ่งจะอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545         2. อนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจกับอนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน             2.1 อนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจ เป็นกรณีที่คู่พิพาทดำเนินการระงับข้อพิพาทตามวิธีอนุญาโตตุลาการด้วยตนเอง กล่าวคือ โดยตั้งอนุญาโตตุลาการและกำหนดวิธีพิจารณาต่าง ๆ เอง และให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทของตน              2.2 อนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน เป็นกรณีที่คู่พิพาทตกลงระงับข้อพิพาทกันโดยใช้บริการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ซึ่งสถาบันดังกล่าวนี้อาจเป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการด้านอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ สำหรับประเทศไทย เช่น สถาบันอนุญาโตตุลาการของสำนักงานศาลยุติธารรม สภาอนุญาโตตุลาการของหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเฉพาะด้านที่ให้บริการกับสมาชิกและหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับประเทศไทย เช่น อนุญาโตตุลาการของสำนักงาน ก.ล.ต.อนุญาโตตุลาการของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ส่วนในต่างประเทศ เช่น อนุญาโตตุลาการของ NASD           3. อนุญาโตตุลาการในประเทศกับอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ               3.1 อนุญาโตตุลาการในประเทศ เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการในประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าคู่กรณีจะมีสัญชาติใด               3.2 อนุญาโตตุลาการต่างประเทศ เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่ดำเนินการภายนอกประเทศไม่ว่าคู่กรณีจะมีสัญชาติใด         ทำไมจึงต้องใช้หรือต้องมีกระบวนการอนุญาโตตุลาการ           เผลอแป๊บเดียวก็ล่วงเข้าปีงบประมาณใหม่ พ.ศ.2555 อีกครั้งหนึ่งแล้ววันเวลาช่างหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าทำงานยังไม่ทันไรเงยหน้ามาอีกทีก็หมดปีอีกแล้ว ในช่วงปีงบประมาณใหม่นี้กองวิชาการฯได้สนองนโยบายด้านการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาล 3 ปี (พ.ศ.2555-2557) จากกรอบการพัฒนาที่ได้กำหนดไว้ 10 ยุทธศาสตร์ 45 แนวทางการพัฒนา มีจำนวนโครงการ ปี พ.ศ.2555 จำนวน 378 โครงการ ปี พ.ศ.2556 จำนวน 198 โครงการ ปี พ.ศ.2557 จำนวน 195 โครงการ รวมทั้งสิ้น 771 โครงการ ในส่วนของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 เทศบาลนครนครราชสีมาได้ตั้งจ่ายเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,076,959,150 บาท มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 750,881,000 บาทมีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 159 โครงการ ปีนี้คาดการณ์ว่าท้องถิ่นอาจได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อยกว่าที่ควรเนื่องจากเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทยขณะนี้ต่างประสบอุทกภัยอย่างหนักหนาสาหัสซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ต้องจัดสรรไปช่วยเหลือจังหวัดเหล่านั้น การวางแผนใช้จ่ายงบประมาณของเทศบาลจึงต้องเป็นอย่างประหยัด คุ้มค่าและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ปีงบประมาณใหม่จึงขอให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นทำงานด้วยความถูกต้อง รอดพ้นจากบ่วงภัยและขอให้มีความสุขกับงานทุกท่า สาเหตุที่ต้องมีหรือใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการเนื่องมาจากเหตุผล ดังต่อไปนี้ 1. ความรวดเร็ว เนื่องจากการฟ้องคดีต่อศาลนั้นมีขั้นตอนมากและคู่ความยังสามารถอุทธรณ์ ฎีกาต่อไปได้ทำให้เสียเวลามาก แต่กระบวนการอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดรวดเร็วและไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก 2. ความยุ่งยากและสลับซับซ้อนของคดี เนื่องจากโดยปกติผู้ที่เป็นอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะอนุญาโตตุลาการที่คู่กรณีเลือกมักจะเป็นผู้ท่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่พิพาทเป็นอย่างดี ทำให้เข้าใจเรื่องที่พิพาทและพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้การชี้ขาดข้อพิพาททำได้รวดเร็วและยุติธรรม ในขณะที่ถ้าเป็นการดำเนินคดีในศาลคู่ความไม่สามารถเลือกผู้พิพากษาที่มีความเชียวชาญในเรื่องนั้น ๆ มาพิจารณาคดีให้ตนได้ และต้องใช้พยานผู้เชี่ยวชาญมาเบิกความทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างยากลำบากและล่าช้า และอาจมีปัญหาในการรับฟังพยานหลักฐานเพราะต้องขึ้นอยู่กับว่า พยานผู้เชี่ยวชาญเบิกความอธิบายได้ชัดเจนถูกต้องมากน้อยเพียงใด 3. การรักษาชื่อเสียงและความลับ เนื่องจากหลักการพิจารณาคดีของศาลต้องทำโดยเปิดเผย ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าฟังการพิจารณาของศาลได้ สื่อมวลชนก็อาจรับฟังและนำเสนอข่าวได้ เว้นแต่ว่าจะมีการพิจารณาคดีเป็นการลับ ซึ่งจะมีเป็นบางคดีเท่านั้น แต่หลักการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการนั้นกระทำเป็นความลับเฉพาะคู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าร่วมการพิจารณา บุคคลภายนอกไม่มีโอกาสรู้ข้อเท็จจริงโดยตรง จึงไม่รู้ว่าคู่กรณีมีข้อพิพาทกันหรือไม่ หรือมีกันอย่างไร จึงเป็นการรักษาชื่อเสียงของคู่พิพาทและความลับทางธุรกิจของคู่กรณีได้เป็นอย่างดี 4. การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่พิพาท เนื่องจากแนวทางการพิจารณาคดีของศาลนั้นเป็นการต่อสู้คดีกัน ทำให้คู่กรณีมีความรู้สึกเป็นศัตรูกัน อีกทั้งยังใช้เวลาต่อสู้กันยาวนาน เพราะคดีสามารถอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่กระบวนการอนุญาโตตุลาการนั้นเป็นการระงับข้อพิพาทที่เปิดโอกาสให้คู่กรณีพบปะเจรจาปัญหาที่พิพาทกันโดยตรง บรรยากาศในการพิจารณามีลักษณะเป็นกันเอง ไม่เคร่งเครียด อีกทั้งไม่มีระบบที่ให้คู่กรณีโต้แย้งเอาแพ้ชนะกัน จึงสามารถรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่พิพาทซึ่งอยู่ในวงการธุรกิจ ที่ส่วนใหญ่จะต้องคบค้าและประกอบธุรกิจกันต่อไปอีกในอนาคต      ภภายนอภายอนุญอนvอdกับd ddก อ่านต่อ
    • ตามรอย...ต้นเทียนพรรษาโคราช วิชาการพาเที่ยว กิน นอน            พอใกล้ถึงฤดูกาลเข้าพรรษา คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี ตามพุทธานุญาตได้ให้บรรดาภิกษุสงฆ์ทั้งหลายต้องเข้าประจำพรรษาในอารามนั้น ๆ มิให้เที่ยวจาริกไปในที่อื่นสืบเนื่องจากฤดูฝนเป็นฤดูเพาะปลูกข้าวกล้า พืชผลของชาวบ้านก็กำลังเขียวขจี ถ้าพระภิกษุสงฆ์ออกเดินทางเกรงว่าจะไปเหยียบย่ำข้าวกล้าพืชผลชาวบ้านเสียหายได้ เมื่อพระต้องหยุดพักฝนหรือหยุดเข้าพรรษาจึงทำให้มีเวลาศึกษาหาความรู้จนถึงเวลาค่ำคืน สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าเวลาพระจะอ่านหนังสือต้องจุดเทียนอ่าน หรือเวลาที่พระภิกษุจะต้องสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าค่ำจะต้องมีธูปเทียนบูชา เมื่อพุทธศาสนิกชนทราบเข้าจึงพร้อมใจกันหล่อเทียนไปถวายพระโดยเฉพาะการถวายในวันเข้าพรรษาซึ่งถือว่าได้บุญกุศลมาก เพราะจะทำให้ชีวิตมีความสุขสบาย สว่างไสว ไม่มืดมน หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นผู้มีปัญญาความรู้เฉลียวฉลาดนั่นเอง การถวายเทียนแด่พระสงฆ์ในวันเข้าพรรษาจึงเป็นประเพณีของชาวพุทธมาแต่โบราณกาลนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน                 การหล่อเทียนถวายพระสมัยก่อนก็ทำขึ้นแบบง่าย ๆ ชาวบ้านใช้ขี้ผึ้งที่ได้จากรังผึ้งมาต้มให้ละลายแล้วนำฝ้ายที่จะทำเป็นไส้เทียนจุ่มลงไปในน้ำผึ้งที่ละลายนั้นแล้วปล่อยให้เย็นพอที่จะเอามือคลึงให้ขี้ผึ้งโอบไส้เทียนให้เต็มเป็นแท่ง จากนั้นก็นำมาตัดตามขนาดที่ต้องการแล้วจึงนำไปถวายพระ            ปัจจุบันการทำต้นเทียนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ต้นเทียนชนิดมัดรวมติดตาย (ซึ่งเรียกว่าเทียนโบราณ) เป็นต้นเทียนยุคต้น ต้นเทียนแบบแกะสลักเป็นต้นเทียนยุคกลาง และต้นเทียนแบบติดพิมพ์เป็น    ต้นเทียนยุคหลังสุด โดยต้นเทียนชนิดมัดรวมติดตายไม่สามารถนำไปใช้เล่าราย ละเอียดต่างๆ ได้มากนัก   ในระยะหลังจึงไม่เป็นที่นิยมทำใน หมู่ช่างเทียน  แต่ในการจัดงานแห่เทียนพรรษาทุกปีจะมีการนำเสนอ   ให้ผู้ชมได้จดจำรูปลักษณ์ของเทียนประเภทนี้ ส่วนเทียนแบบแกะสลักถือเป็นมิติใหม่ที่กลุ่มช่างทำเทียน    ได้คิดค้นขึ้นมา เพื่อใช้พื้นที่ของเนื้อเทียนแสดงออกถึงงานศิลปะด้านพุทธศิลป์            ส่วนเทียนประเภทติดพิมพ์เป็นแนวคิดที่ช่างต้องการให้ มีพื้นที่ใช้นำเสนอแตกต่างจากการทำเทียนแกะสลัก เพียง อย่างเดียว รวมทั้งการทำเทียนแบบติดพิมพ์ก็เป็นความคิดอันชาญฉลาดของช่าง ซึ่งต้องการให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการทำเทียนพรรษากับกลุ่มช่างด้วย เพราะช่างใช้วิธีการสร้างแบบไว้ แล้วให้คนภายนอกใช้อุปกรณ์แกะลวดลายตามแบบ ก่อนนำแผ่นลวดลายเทียนที่แกะเรียบร้อยมาติดกับโครงสร้างที่ช่างหล่อรองเทียนชั้นในไว้อย่างบางๆ เมื่อติดแบบได้ครบถ้วน จากงานเทียนชิ้นเล็กๆ ก็จะกลายเป็นงานเทียนที่ยิ่งใหญ่ที่ถูกประดับไว้บนต้นเทียนนั่นเอง                             การแกะและการทำพิมพ์เป็นลวดลายต่าง ๆ         สำหรับลวดลายทั้งงานแบบแกะสลักและแบบติดพิมพ์ ช่างจะใช้ลายไทยตามแนวพุทธศิลป์ขึ้นมาสร้างงาน  เช่น  ลายเกรียวกนก ลายนาคคาบ ลายนาคขบ ลายกระจังตั้ง ลายระย้าคู่ ลายก้ามปู กรวยเชิง รวมทั้งกนกเปลวเครือเถา ส่วนเรื่องพุทธประวัติที่ช่างทำเทียนพรรษานิยมนำมาเล่าคือ ปางต่างๆ ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น ตอนพระพุทธเจ้าทรงออกบวช เป็นต้น                                                          เมื่อวันแห่เทียนพรรษาของจังหวัดนครราชสีมาที่ผ่านมา(15-17 ก.ค.54)ได้เกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทยได้หลั่งไหลมาเที่ยวชมขบวนแห่เทียนพรรษาของโคราชกันอย่างล้นหลาม ถนนทุกสายที่ขบวนเทียนพรรษาเคลื่อนผ่านแทบไม่มีที่ยืน  เม่อg, gเ         เเg,njvm6dm ทุกคนต่างรอเฝ้าชมขบวนต้นเทียนอันสวยสดวิจิตรตระการตา เมื่อผลการประกวดประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2554 ออกมาปรากฏว่า ขบวนเทียนพรรษาวัดใหม่สระประทุม อำเภอโชคชัย ได้รางวัลชนะเลิศประเภท ก. เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสด 1 แสนบาท โดยขบวนเทียนของวัดใหม่สระประทุมใช้ชื่อขบวนเทียนว่า มหามงคลชีวิต สถิตในดวงใจชาวโคราช เป็นขบวนเทียนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาโดยด้านหน้าเป็นรูปตราสัญลักษณ์ ภ.ป.ร.ตรงกลางเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแกะสลักต้นเทียนเป็นรูปตอนที่พระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชรายล้อมด้วยสัตว์ป่าหิมพานต์ส่วนด้านหลังขบวนเทียนเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชประทับอยู่บนหงส์                          ขบวนต้นเทียนจากวัดใหม่สระประทุม                   ประชาชนเฝ้าชมขบวนต้นเทียนริมสองข้างทางจนแน่นขนัด          เพราะเหตุใดวัดสระประทุมถึงครองตำแหน่งแชมป์การประกวดต้นเทียนถึง 7 ปีซ้อน ผู้เขียนจึงได้เดินทางเพื่อตามรอยประวัติและการทำต้นเทียนถึงอำเภอโชคชัยซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองโคราชมากนัก ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที จุดนัดหมายของเราคือ วัดใหม่สระประทุม ต้นกำเนิดต้นเทียนพรรษาที่มีชื่อเสียงของอำเภอโชคชัยและจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับการต้อนรับจากท่าน พ.ท.ณรงค์ ธีระวัฒนา ซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายฆราวาสของวัดใหม่ฯ ทำหน้าที่ในการประสานงานในการสร้างต้นเทียนกับชาวบ้านและหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีพระครูพิทักษ์ปทุมากร รักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอโชคชัย เจ้าอาวาสวัดใหม่สระประทุมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์                                           พระครูพิทักษ์ปทุมากรรักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอโชคชัย เจ้าอาวาสวัดใหม่สระประทุม            ประธานฝ่ายสงฆ์ในการประดิษฐ์ต้นเทียนพรรษา            ท่านพระครูพิทักษ์ปทุมากรเป็นเจ้าอาวาสที่ชาวบ้านในอำเภอโชคชัยให้ความศรัทธาเคารพนับถือ และถือเป็นกำลังหลักในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและคอยให้การสนับสนุนการทำต้นเทียนพรรษาตั้งแต่เริ่มมีการแห่เทียนพรรษาเป็นต้นมา ท่านได้มีคำปรารภไว้ในหนังสือ"เทียนพรรษาวัดใหม่สระประทุม ชนะเลิศ 7 สมัย 6 ถ้วยพระราชทาน"ไว้อย่างน่าชื่นชมว่า...เป็นความภาคภูมิใจของผู้ที่ทำเทียนพรรษาเข้าประกวด เพราะปัจจุบันการแต่งเทียนพรรษาคนที่จะมานำชาวบ้านทำยากมาก มีการแกะสลักต้นเทียนหรือติดพิมพ์เทียน ต้องทำกันอย่างปราณีต ปัจจุบันมีคนให้ความสนใจเกี่ยวกับเทียนพรรษามากขึ้น ดังจะเห็นได้จากจังหวัดต่าง ๆ ได้ส่งช่างเข้ามาดูการทำเทียนพรรษาที่อำเภอโชคชัยเป็นประจำ หรือบางจังหวัดมีการจ้างช่างแต่งเทียนจากอำเภอโชคชัยไปแต่งที่จังหวัดเขา...เพื่อไม่ให้การแต่งเทียนพรรษาของบ้านเราต้องสูญหายไปจากอำเภอหรือจังหวัดของเรา เรามาช่วยกันสืบทอดประเพณีแห่เทียนพรรษาบ้านเราให้ยิ่งใหญ่ สนับสนุนให้เด็กบ้านเราหันมาศึกษาเกียวกับประเพณีแห่เทียนพรรษาบ้านเราต่อไปการแต่งเทียนบ้านเราก็จะไม่หายไปไหน...                                                     พ.ท.ณรงค์ ธีระวัฒนา ผู้ประสานงานฝ่ายฆราวาสในการทำต้นเทียนพรรษา           นอกจากท่านพระครูฯที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือแล้ว ยังมีผู้ใหญ่ของชุมชนอีกท่านหนึ่งซึ่งปัจจุบันท่านเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการทำต้นเทียนพรรษาของวัดใหม่สระประทุม คือ พ.ท.ณรงค์ ธีระวัฒนา ท่านผู้นี้จะเป็นผู้ประสานงานกับชาวบ้านและบรรดาช่างทำเทียน และได้กรุณาเล่าประวัติของการแห่เทียนของอำเภอโชคชัยว่า...เดิมการแต่งเทียนมาแห่อำเภอนั้น เริ่มแรกที่มีการแห่น่าจะเกิดจากความจำเป็นของชาวบ้านในละแวกวัดต่าง ๆ ที่ต้องการน้ำมันก๊าด(บรรจุ 1 ปิ๊บ) และน้ำปลา(บรรจุ 1 ไห) ที่ทางอำเภอจัดไว้เป็นรางวัลสำหรับทุกวัดที่เข้าร่วมแห่เทียนพรรษามาถวายวัดเพื่อที่จะให้พระสงฆ์ที่อยู่จำพรรษามีน้ำมันสำหรับใส่ตะเกียงจุดท่องหนังสือและดูหนังสือสอบนักธรรม สำหรับน้ำปลาก็เพื่อมาถวายพระในช่วงเข้าพรรษาเพราะเกรงว่าพระสามเณรจะไม่มีน้ำปลาใช้ปรุงอาหาร ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวนาไม่มีเวลามาถวายภัตตาหารเช้า-เพลเพราะเป็นช่วงทำนา จึงมีการแต่งขบวนเทียนมาแห่แล้วนำมามอบให้กับทางวัด การแต่งเทียนในสมัยก่อนนั้นจะไปหาขี้ผึ้งมาต้มให้เหนียวแล้วมาทำเป็นลวดลายติดกับไม้งิ้วเพราะมีน้ำหนักเบาและง่ายสำหรับตอกตะปู ไม้งิ้วจะทำให้เป็นเหลี่ยมสำหรับติดพิมพ์เทียน แล้วตกแต่งด้วยกาบกล้วยประดับด้วยต้นฉัตรทั้งสี่ทิศ ปิดกระดาษสีสวยงาม เมื่อก่อนจะแห่กันมาหลายวัด ขบวนแห่แต่ละวัดจะมี ปี่พาทย์ ระนาด ฆ้อง กลองแห่มาบนหลังช้าง หรือใส่เกวียนมาสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น อ่านต่อ
    • สัมมนาประชาคมเมืองเพื่อจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลนครนครราชสีมา 3 ปี (พ.ศ.2555-2557) ข่าวกิจกรรมกองวิชาการและแผนงาน           เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายน  2554 ที่ผ่านมากองวิชาการและแผนงาน เทศบาลนครนครราชสีมาได้จัดให้มีการสัมมนาประชาคมเมืองด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้แทนชุมชนในเขตเทศบาล สถานศึกษา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และพนักงานเทศบาล รวมประมาณ 200 คน ณ รีสอร์ทบ้านสวนสงวนสุข อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาเพื่อระดมความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ และกำหนดประเด็นหลักในการพัฒนาให้สอดคล้องกับปัญหาความต้องการในภาพรวมอย่างหลากหลาย จนสามารถนำแนวทางที่ได้ มาจัดทำเป็นกิจกรรม/โครงการบรรจุในแผนพัฒนาเทศบาลนครนครราชสีมาสามปี(พ.ศ.2555-2557)                                                                                  ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมการสัมมนา                                                         ปลัดเทศบาล นายอารมณ์ ทางตะคุ กล่าวรายงาน                                                                  คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลร่วมสัมมนาประชาคม                                     นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา(นายสุรวุฒิ เชิดชัย) ได้นำเสนอผลการดำเนินการตามนโยบาย ตลอดจนแนวคิดในการพัฒนาเมืองโคราช ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขและบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ด้วยการสร้างความร่วมมือและบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน ทำให้ผลงานที่ผ่านมาได้รับการยอมรับจากประชาชนและหลายภาคส่วน ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันทำให้ง่ายต่อการสานนโยบาย เกิดความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวนโยบายที่สำคัญของนายกเทศมนตรีมี 5 ด้านด้วยกัน คือ           1. นโยบายด้านการจราจร           2. นโยบายด้านการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม           3. นโยบายด้านการศึกษา           4. นโยบายด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม           5. นโยบายด้านสวัสดิการของประชาชน         ภายหลังจากการนำเสนอของนายกเทศมนตรี ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างเข้าใจในแนวนโยบายและร่วมแสดงความคิดเห็น อภิปรายในประเด็นต่าง ๆ อย่างกว้างขวางlสามารถมองเห็นภาพและทิศทางการพัฒนาเดียวกับเทศบาล ดังจะเห็นได้จากหัวข้อที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาให้ความสำคัญจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการจราจร ซึ่งนายกเทศมนตรีได้แสดงให้เห็นสภาพปัญหาเมืองและทิศทางในการแก้ไขปัญหาในอนาคตก่อให้เกิดข้อซักถามและข้อเสนอแนะมากมายในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาต่อเทศบาล                                                                                     ผู้แทนชุมชนร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็น                                                                              ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ                                                                                                  นายกเทศมนตรีตอบข้อซักถาม                                                                                     ประธานชุมชนภายในเขตเทศบาลทั้ง 83 ชุมชน      สก่อ                  สมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา                                                       เจ้าหน้าที่กองวิชาการและแผนงานแจกแบบสอบถาม              สรุป  ผลจากการมีเวทีสัมมนาประชาคมเมืองได้มีการอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแนวนโยบายของนายกเทศมนตรี ทิศทางและกรอบแนวทางการพัฒนาของเทศบาลตลอดจนการดำเนินกิจกรรม โครงการตามบทบาท ภารกิจ และหน้าที่ของเทศบาล โดยประเด็นในการอภิปรายส่วนใหญ่จะปรากฎแนวทางการพัฒนาและโครงการรองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจากทุกสำนัก/กอง ที่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยจะได้นำข้อเสนอแนะและแนวทางต่าง ๆ ไปจัดทืโครงการหรือเพิ่มเติมกิจกรรมและรายละเอียดลงในโครงการที่มีอยู่เดิม รวมถึงจะได้นำไปพิจารณาดำเนินการให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหา เพื่อให้มีความชัดเจนในรายละเอียดของโครงการมากยิ่งขึ้นต่อไป   งานเลี้ยงขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาประชาคมเมือง                                                                 นายกเทศมนตรีร่วมงานเลี้ยงขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาประชาคม                                                                                              ผู้เข้าร่วมสัมมนาร่วมกิจกรรมด้วยความครื้นเครง                                                                                   แล้วพบกันใหม่ในการประชาคมแผนพัฒนาเทศบาลปี 2555             อ่านต่อ
    • แถลงข่าว Korat Countdown 2011 และพิธีเปิดนิทรรศการ "ภาพถ่ายข้างบ้านพ่อ" ข่าวกิจกรรมกองวิชาการและแผนงาน         เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม  2553 เทศบาลนครนครราชสีมาโดย นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีได้เปิดแถลงข่าวการจัดงาน Korat Countdown  2011 หรือ "มหัศจรรย์ดอกไม้บานที่โคราช" กำหนดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม  2553 โดยมีอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติอีกคับคั่ง ซึ่งในวันแถลงข่าวได้กระทำพิธีเปิดนิทรรศการ "ภาพถ่ายข้างบ้านพ่อ" ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่เกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ปีนี้เทศบาลนครนครราชสีมาได้เนรมิตบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีให้เป็นสวนดอกไม้นานาพันธุ์ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงดนตรี การจับฉลากมอบรางวัลรถจักรยานยนต์และรางวัลอื่นอีกมาย รวมทั้งกิจกรรมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่       ภาพคุณย่าโมใน 2 บรรยากาศ   นิทรรศการ "ภาพถ่ายข้างบ้านพ่อ"     แขกผู้มีเกียรติ   นายกเทศมนตรีกล่าวความเป็นมา   ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน         กระทำพิธีเปิดนิทรรศการ       ชมนิทรรศการภาพถ่าย     ร่วมถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก       อ่านต่อ
    • ไปดูงาน Flora Fantacia ที่วังน้ำเขียว วิชาการพาเที่ยว กิน นอน                 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2553 งานส่งเสริมการท่องเที่ยว กองวิชาการและแผนงานได้มีโอกาสขึ้นไปดูงาน Flora Fantacia ที่อำเภอวังน้ำเขียวซึ่งจัดโดย สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยร่วมกับสภาการชาดไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รายได้ ส่วนหนึ่งมอบให้สภาการชาดไทย เนื่องจากทราบมาว่าเป็นการจัดงานมหัศจรรย์ดอกไม้ "มหัศจรรย์สวนศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข" ที่ใช้ศิลปินจากประเทศเกาหลีมาเป็นผู้ออกแบบสวนวงกตโดยใช้เมล็ดพันธุ์ดอกไม้เป็นล้านเมล็ด ใช้จำนวนกระถางดอกไม้นับแสนกระถาง โดยเนรมิตพื้นที่ที่เคยเป็นไร่ข้าวโพดประมาณ 50 ไร่ จัดแยกเป็นโซน ประกอบด้วยโซนขายพันธุ์ดอกไม้ โซนบู๊ธต่าง ๆ โซนเวทีการแสดง จุดชมวิว จุดถ่ายรูป ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ปรากฎว่าผู้คนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจดีมากถือว่าประสบความสำเร็จด้านการประชา สัมพันธ์อย่างดีเยี่ยม แม้พื้นที่จะดูเล็กเมื่อเทียบกับงานพืชสวนโลก แต่มองอีกมุมและได้เดินสำรวจด้วยตนเองกลับเห็นว่า พื้นที่การจัดงาน กำลังดีเดินเหนื่อยกำลังเหมาะและชมวิวได้ถ้วนทั่ว บางทีรู้สึกเห็นใจคณะผู้จัดงานเหมือนกันที่อาจประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการ ในการดูแลมิให้ข้าวของต้นไม้ดอกไม้ชำรุดเสียหายซึ่งเป็นเรื่องยากลำบากโดยเฉพาะโซนดอกไม้วงกต ขนาดพวกเราเก็บภาพไปยังต้องตาม เก็บกระถางเก็บดอกไม้ที่โดนคนชนคอหักร่วงหลุดออกมานอกโครงให้เขาด้วยซ้ำไป อ่านต่อ
www.technicalplan.com